การกำหนดเมทริกซความนาจะเปนในโลกซึ่งผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง ของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของตราสารหนี้ไทย !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( ดร.อัญญา ขันธวิทย ศาสตราจารยระดับ 11 ประจำภาควิชาการเงิน คณะพาณิชยศาสตรและการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ดร.ธนานันต ศิวโมกษธรรม ผูอำนวยการอาวุโส สายงานพัฒนาตลาดตราสารหนี้ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กษิดิศ ทองปลิว ผูชวยผูอำนวยการอาวุโส ฝายบริการราคาตราสารหนี้และพัฒนาผลิตภัณฑ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย การกำหนดเมทริกซความนาจะเปนในโลกซึง่ ผูล งทุนเปนกลาง ตอความเสีย่ งของการเปลีย่ นแปลงอันดับเครดิตของตราสารหนีไ้ ทย* An Estimation of Risk-Neutral Transition Probability Matrix for Thailand’s Domestic Bonds บทคัดยอ ารศึกษาปรับวิธีทางเลือกเพื่อกำหนดเมทริกซความนาจะเปนในโลกซึ่งผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง (Risk-Neutral TPM) ของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของตราสารหนี้ไทย เพื่อใหความนาจะเปนที่ไดเปนผลลัพธมีลักษณะ สอดคลองเต็มที่กับทฤษฎีการเงิน จากนั้นจึงเปรียบเทียบวิธีทางเลือกโดยใชเกณฑความแมนยำในการกำหนดราคา ตราสารหนี้ การศึกษาสามารถดำเนินการไดเพราะมีขอมูลความคิดเห็นของผูคาตราสารหนี้ (Dealer Poll) เกี่ยวกับ อัตรา Credit Spreads ของตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิตที่ต่ำกวา BBB และอัตรา Recovery Rate ของตราสารหนี้ที่บิดพลิ้ว ขอมูลนี้เปนขอมูลเฉพาะ มีความสำคัญและการศึกษาเปนการศึกษาชิ้นแรกและชิ้นเดียวเทานั้นที่มีขอมูลนี้ใชงาน เมื่อการศึกษาใช ขอมูลนี้รวมกับขอมูลที่ไดจากของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยแลว การศึกษาพบวาวิธีของ Kijima and Komoribayashi (1998) ที่ปรับแลวเปนวิธีที่ดีที่สุด ดังนั้น การศึกษาจึงใชวิธีของ Kijima and Komoribayashi ไปกำหนด Risk-Neutral TPM สำหรับ ตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือ 1 2 3 5 7 และ 10 ป ในตลาดตราสารหนี้ไทย คำสำคัญ : ความนาจะเปนในโลกซึ่งผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง เมทริกซความนาจะเปนของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิต ตลาดตราสารหนี้ไทย *ผูเขียนขอบคุณคณะพาณิชยศาสตรและการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ที่ใหทุนสนับสนุนการวิจัย และขอบคุณสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยและ ผูคาตราสารหนี้ที่รวมใหขอมูลอัตรา Credit Spreads และอัตรา Recovery Rate โครงการวิจัยเปนการดำเนินงานภายใตบันทึกความรวมมือระหวาง คณะพาณิชยศาสตรและการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร และสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2554 8 วารสารบริหารธุรกิจ ปที่ 35 ฉบับที่ 135 กรกฎาคม-กันยายน 2555 !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( ABSTRACT he study modifies alternative approaches to estimate risk-neutral transition probability matrices (Risk-Neutral TPMs) for Thailand’s bond markets so that the resulting probabilities strictly obey finance theories. These approaches are then compared, based on a minimum pricing-error criterion. This study is possible due to our unique dealer-poll data on the credit spreads of non-invesment grade bonds and on the recovery rate of default bonds. Using the dealer-poll data with those from the ThaiBMA database, our analysis suggests that the modified Kijima and Komoribayashi (1998) approach gives minimum pricing errors for all ratings and maturities. Finally, the approach is used to estimate the risk-neutral TPMs for Thailand’s domestic bonds of 1, 2, 3, 5, 7 and 10 years maturities. Keywords: Risk-Neutral Probability, Transition Probability Matrix, Thailand’s Bond Market. คณะพาณิชยศาสตรและการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร 9 การกำหนดเมทริกซความนาจะเปนในโลกซึ่งผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง ของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของตราสารหนี้ไทย !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( บทนำ เมทริกซความนาจะเปนของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิต (Credit-Rating Transition Probability Matrix หรือ Transition Probability Matrix หรือ Credit Migration Matrix ซึ่งตอไป ผูเขียนจะอางอิงถึงโดยใชคำวา TPM) ระบุระดับความ นาจะเปนที่ผูออกหรือตราสารหนี้ที่ไดรับการจัดอันดับเครดิตระดับหนึ่ง เชนระดับ A ตอนตนงวดจะดำรงอันดับเครดิตในระดับเดิม คือ A ในระดับอื่นที่สูงขึ้น เชน AA หรือในอันดับอื่นที่ลดลง เชน BBB เรื่อยไปจนถึงอันดับบิดพลิ้ว (Default) ตอนปลายงวด ระดับความนาจะเปนที่ TPM ระบุเปนระดับความนาจะเปนที่สถาบันจัดอันดับความนาเชื่อถือรายงานโดยคำนวณจากเหตุการณ เครดิต (Credit Events) ที่ไดเกิดขึ้นจริงในอดีต สะสมจนถึงวันที่มีการคำนวณและรายงาน TPM นี้จึงถือวาเปน TPM ที่อางอิง เหตุการณในอดีต (Historical TPM) หรือ TPM สำหรับพรรณนาเหตุการณเครดิตที่เกิดขึ้นในโลกแหงความเปนจริง (Real-World TPM) Real-World TPM มีประโยชนมากเพราะถูกใชเปนขอมูลประกอบการวิเคราะหและบริหารความเสี่ยงดานเครดิต ของกลุมสินทรัพยดานเครดิตของสถาบันการเงิน รวมถึงการคำนวณระดับเงินกองทุนเชิงเศรษฐศาสตร (Economic Capital) ซึ่งสถาบันการเงินพึงดำรงเพื่อใหเปนไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี นอกจากนี้ Real-World TPM ยังใชเปนขอมูลเริ่มตน ของการกำหนด TPM ในโลกซึ่งผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง (Risk-Neutral TPM) สวน Risk-Neutral TPM มีความสำคัญ เพราะใชประกอบการกำหนดราคาและวิเคราะหความเสี่ยงของตราสารหนี้และอนุพันธดานเครดิต และการระบุโครงสรางอัตรา ผลตอบแทนสวนเพิ่มเพื่อชดเชยความเสี่ยงดานเครดิต (Credit-Spread Curves) ตามอันดับเครดิตสำหรับตราสารหนี้ที่มี อายุคงเหลือที่แตกตางกัน ในตลาดการเงินไทยโดยเฉพาะในปจจุบัน การมีขอมูล Risk-Neutral TPM สำหรับใชงานมีความจำเปนมากสำหรับ การกำหนดราคาตราสารหนี้เอกชนที่อาจถูกปรับอันดับเครดิตลงไปอยูในระดับที่ต่ำกวา BBB อีกทั้ง ตลาดตราสารหนี้ไทยยังไมมี หุนกูกลุมนี้ซื้อขายจริง ทำใหหุนกูฉบับนั้นไมมีราคาตลาดสำหรับการอางอิง ในกรณีนี้ ผูคาตราสารสามารถกำหนดราคาตามทฤษฎี ใหหุนกูโดยอางอิงขอมูลจาก Risk-Neutral TPM สำหรับการเสนอราคาซื้อขายได ขอมูล Risk-Neutral TPM ยังจำเปนมาก สำหรับการพัฒนาตลาดอนุพันธดานเครดิตซึ่งมีการใชงานที่จำกัดและเหตุผลสวนหนึ่งเกิดจากการสอบทานความเหมาะสม ของราคาเสนอซื้อขายไมสามารถทำได จากขอความจริงที่ผูคาไมมีขอมูล Risk-Neutral TPM ใหใชเปนขอมูลประกอบ ดังนั้น การมีขอมูล Risk-Neutral TPM จึงเพิ่มความโปรงใสดานราคาใหการกำหนดราคาอนุพันธดานเครดิตและการสอบทานความ เหมาะสมดานราคาสามารถทำไดจริง และสุดทาย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย (ก.ล.ต.) มีดำริ ที่จะสงเสริมการคาตราสารหนี้กลุมที่มีอัตราคิดลดสูงและมีอันดับเครดิตที่ดอย เนื่องจากตราสารหนี้กลุมนี้ยังไมมีการซื้อขายจริง ในตลาดตราสารหนี้ไทยและยังไมมีราคาซื้อขายใหใชอางอิง โอกาสการเกิดขึ้นของการคาตราสารตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. มีดำริไว จึงเปนโอกาสที่ต่ำมาก อยางไรก็ตาม เมื่อตลาดตราสารหนี้ไทยมี Risk-Neutral TPM ใหใชเปนขอมูลอางอิงเบื้องตนและสามารถ กำหนดราคาซื้อขายอางอิงไดแลว กลไกการเสนอซื้อขายตราสารจึงเริ่มทำงาน เกิดการซื้อขายจริง มีราคาตลาดที่เกิดขึ้นจริงได ใชอางอิง หมุนเวียนเปนวัฏจักร นำไปสูการเกิดขึ้นของตลาดและการซื้อขายที่มีสภาพคลอง สำหรับประเทศไทย Real-World TPM มีการคำนวณและรายงานโดยทริสเรทติ้งและฟทชเรทติ้ง แตอัญญา ขันธวิทย (2554) ตั้งขอสังเกตวา เนื่องจากขอมูลเหตุการณเครดิตสำหรับประเทศไทยมีจำนวนนอย TPM ที่มีการคำนวณและรายงาน เหลานั้นจึงมีลักษณะที่ตางจากลักษณะที่พบ (Stylized Facts) สำหรับ TPM ที่มีการรายงานสำหรับประเทศซึ่งขอมูลเหตุการณ เครดิตมีเปนจำนวนมาก เชน ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ TPM ที่สถาบันจัดอันดับเครดิตทั้งสองรายงานยังมีลักษณะ บางประการไมสอดคลองกับลักษณะของ TPM ที่พึงเปนตามทฤษฎีดวย ดังนั้น อัญญา ขันธวิทย จึงเสนอวิธีของ Bayes เพื่อปรับ TPM ที่ มี ก ารรายงานสำหรั บ ประเทศไทยให มี ลั ก ษณะสอดคล อ งเต็ ม ที่ กั บ Stylized Facts และเป น ไปตามทฤษฎี ก ารเงิ น อยางเครงครัด TPM ที่ปรับโดยวิธีของอัญญา ขันธวิทย (2554) เปนที่ยอมรับ และเผยแพรออกสูสาธารณะเพื่อนำไปประยุกตใช ในงานโดยสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) 10 วารสารบริหารธุรกิจ ปที่ 35 ฉบับที่ 135 กรกฎาคม-กันยายน 2555 !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( เมื่อประเทศไทยมี Real-World TPM สำหรับใชงานแลว ในหลักการ การนำ Real-World TPM ไปขยายผลเพื่อกำหนด Risk-Neutral TPM สมควรทำไดอยางตรงไปตรงมาโดยประยุกตใชวิธีซึ่งมีผูเสนอไวในอดีตเปนจำนวนมาก ผูอานสามารถศึกษา วิธีเหลานั้นไดจาก Trueck and Rachev (2009) เปนตน อยางไรก็ตาม ในทางปฏิบัติจนถึงปจจุบัน การกำหนด Risk-Neutral TPM สำหรับประเทศไทยทำไดจริงยากมากจนถึงไมสามารถทำไดจริง ดวยเหตุผลอยางนอย 2 ประการคือ ประการที่หนึ่ง การระบุ Risk-Neutral TPM ตองอางอิงขอมูลประกอบอื่นนอกเหนือจากขอมูล Real-World TPM ไดแก ขอมูลอัตรา Credit Spreads และขอมูลอัตราการไดรับชดเชยเมื่อเกิดเหตุการณบิดพลิ้ว (Recovery Rate) แมขอมูลอัตรา Credit Spreads จะไดมีการจัดทำ และเผยแพรอยางสม่ำเสมอโดย ThaiBMA แตขอมูลที่รายงานยังจำกัดเฉพาะขอมูลอัตรา Credit Spreads ของตราสารหนี้ ที่มีอันดับเครดิตตั้งแตอันดับ BBB ขึ้นไป นอกจากนั้น เมื่อพิจารณายอนหลังกลับไปในอดีต ผูเขียนไมพบการรายงานขอมูลอัตรา Recovery Rate ของตราสารหนี้ในประเทศไทยไวที่ใด ประการที่สอง แมวิธีทางเลือกเพื่อระบุ Risk-Neutral TPM มีเปนจำนวนมาก ซึ่งการศึกษาในอดีต อาทิ Lando and Mortensen (2005) และ Trueck and Rachev (2009) ไดอภิปรายถึงลักษณะของ Risk-Neutral TPM ที่เกิดขึ้นเปนผลลัพธ วาสอดคลองหรือแตกตางจากความเชื่อของตลาดการเงินเกี่ยวกับลักษณะของ TPM ที่พึงเปน และความเปนไปไดของวิธีการ ที่จะระบุ Risk-Neutral TPM ไดจริง (Feasible Risk-Neutral TPM) แตการศึกษาในอดีตเหลานั้นยังไมสามารถระบุไดชัดเจน วาวิธีทางเลือกใดเปนวิธีที่เหนือกวาในเชิงความสามารถเพื่อกำหนดราคาและระบุระดับความเสี่ยงของตราสารหนี้และอนุพันธ ดานเครดิต1 ในการศึกษานี้ ผูเขียนจะกำหนด Risk-Neutral TPM สำหรับตลาดตราสารหนี้ไทย โดยใชวิธีทางเลือกกลุมหนึ่งที่ผูเขียน ไดคัดเลือกโดยวิเคราะหความเหมาะสม ความเปนไปไดในทางทฤษฎี และความพรอมของผูปฏิบัติในการนำวิธีที่เลือกเหลานั้นไป ประยุกตใชงานจริงในตลาดการเงินไทย จากนั้นจึงเปรียบเทียบความสำเร็จในการกำหนดราคาตราสารหนี้โดยใช Risk-Neutral TPM ที่เปนผลลัพธของวิธีเหลานั้น แลวใชวิธีที่พบวามีความสามารถสูงที่สุดไปกำหนด Risk-Neutral TPM สำหรับตลาดตรา สารหนี้ไทย การศึกษามีประโยชนในทางวิชาการและในทางปฏิบัติ กลาวคือ การศึกษาสามารถเก็บขอมูลอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิตที่ต่ำกวาอันดับ BBB และขอมูลอัตรา Recovery Rate ของตราสารหนี้ในประเทศไทยไดสำเร็จเปนครั้งแรก โดยผูเขียนขยายผลเทคนิคทางเลือกเพื่อกำหนด Risk-Neutral TPM โดยเพิ่มเงื่อนไขบังคับให Risk-Neutral TPM ที่ไดเปน ผลลัพธตองมีคุณสมบัติที่สอดคลองเต็มที่กับทฤษฎีการเงิน ตอจากนั้น ผูเขียนจึงคำนวณคาความคลาดเคลื่อนของราคา (Pricing Errors) ที่ไดเปนผลลัพธโดยอางอิงกับราคาตลาดของตราสารหนี้ แลวใชคาความคลาดเคลื่อนระดับที่ต่ำที่สุดเปนเครื่องชี้เพื่อ ระบุเทคนิคที่ดีที่สุดสำหรับการกำหนด Risk-Neutral TPM สำหรับเสนอใหตลาดตราสารหนี้ไทยไดนำไปประยุกตใช ข อ มู ล อั ต รา Recovery Rate และข อ มู ล Risk-Neutral TPM เป น ข อ มู ล ซึ่ ง การศึ ก ษาเชิ ง ประจั ก ษ เ กี่ ย วกั บ การ กำหนดราคาและการวิเคราะหความเสี่ยงของตราสารหนี้และอนุพันธดานเครดิตตองใชงาน และเปนขอมูลซึ่งผูปฏิบัติตองนำไป พิจารณาประกอบการคาและการบริหารความเสี่ยงของตราสารหนี้และอนุพันธดานเครดิต การศึกษาสามารถระบุวิธีทางเลือก ที่มีความสามารถสูงสุดในการกำหนดราคาตราสารหนี้ในตลาดตราสารหนี้ไทย ซึ่งผลลัพธของการระบุเปนขอความจริงที่นักวิชาการ และผูปฏิบัติสนใจมาก นอกจากนี้ ผูปฏิบัติยังสามารถนำ Risk-Neutral TPM ซึ่งการศึกษาจะไดกำหนดและรายงานไวโดยใชวิธี ที่เลือก ไปประยุกตใชในการกำหนดราคาและบริหารความเสี่ยงของตราสารหนี้และอนุพันธดานเครดิตที่ตนกำลังรับผิดชอบ อยูไดทันที ยกเวนการศึกษาของ Trueck (2008) ที่ใชวิธีทางเลือกประกอบการพยากรณ TPM ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อยางไรก็ตาม Trueck and Rachev (2009) อธิบายวา ความสามารถที่เหนือกวาในการพยากรณ TPM ไมสามารถชี้โดยตรงหรือโดยนัยถึงความสามารถที่เหนือกวาในการกำหนดราคาและ ระบุระดับความเสี่ยงของตราสารหนี้และอนุพันธดานเครดิตได 1 คณะพาณิชยศาสตรและการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร 11 การกำหนดเมทริกซความนาจะเปนในโลกซึ่งผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง ของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของตราสารหนี้ไทย !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( ในการศึกษา ผูเขียนใชขอมูลอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิต AAA ถึง BBB ที่ ThaiBMA รายงานตั้งแต วันที่ 15 สิงหาคม 2551 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 ใชขอมูลอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิต BB ถึง CCC/C และขอมูลอัตรา Recovery Rate จากการสำรวจความคิดเห็นของผูคาตราสารหนี้ที่มีสัดสวนมูลคาการซื้อขายสูงสุด และใชขอมูล Real-World TPM ที่ปรับแลวของอัญญา ขันธวิทย (2554) วิธีทางเลือกที่นำมาเปรียบเทียบประกอบดวยวิธีของ Jarrow et al. (1997) วิธีของ Kijima and Komoribayashi (1998) และวิธีของ Lando (2000) ซึ่งผูเขียนพบวาระดับความนาจะเปนในโลก ที่ผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยงที่เปนสมาชิกของ Risk-Neutral TPM ของวิธีทั้งสามมีลักษณะหลายประการที่ขัดกับทฤษฎี อาทิ ความนาจะเปนบางคาเปนลบ ความนาจะเปนบางคามีคามากกวา 100% และโดยเฉพาะอยางยิ่ง ความนาจะเปนที่จะบิดพลิ้ว บางคามีระดับที่ต่ำกวาความนาจะเปนที่อานไดจาก Real-World TPM เมื่อ Risk-Neutral TPM ที่ไดเปนผลลัพธจากวิธีทั้งสามมีลักษณะขัดกับทฤษฎี ผูเขียนจึงเสนอปรับวิธีทั้งสามโดยกำหนด เงื่อนไขให Risk-Neutral TPM ที่เปนผลลัพธของวิธีที่ไดปรับแลว ตองมีลักษณะสอดคลองเต็มที่กับทฤษฎี ผูเขียนพบวา วิธีของ Kijima and Komoribayashi (1998) ที่ปรับแลวให Risk-Neutral TPM ที่สามารถกำหนดราคาตราสารหนี้ไดถูกตองแมนยำที่สุด เมื่อผลการศึกษาเปนเชนนี้ ผูเขียนจึงใชวิธีของ Kijima and Komoribayashi ที่ปรับแลวไปใชกำหนด Risk-Neutral TPM สำหรับ ตลาดตราสารหนี้ไทยสำหรับตราสารหนี้ที่มีอายุ 1 2 3 5 7 และ 10 ป ขอมูลที่ใช ขอมูลที่ใชในการศึกษาประกอบดวยขอมูล Real-World TPM ขอมูลอัตรา Credit Spreads และขอมูลอัตรา Recovery Rate ดังนี้ ขอมูล Real-World TPM Real-World TPM ได มี ก ารรายงานสำหรั บ ประเทศไทยโดยสถาบั น จั ด อั น ดั บ เครดิ ต 2 แห ง ได แ ก ทริ ส เรทติ้ ง และฟทชเรทติ้ง แต Real-World TPM ที่รายงานมีลักษณะหลายประการที่ไมสอดคลองกับ Stylized Facts ที่พบในตลาดตราสาร หนี้ที่พัฒนาไปกอนหนา และยังมีลักษณะอีกหลายประการที่ไมสอดคลองกับลักษณะของ TPM ที่พึงตองเปนไปตามทฤษฎี ตัวอยาง เชน ระดับความนาจะเปนที่ผูออกหรือตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิต CCC/C จะบิดพลิ้วตามที่รายงานโดยทริสเรทติ้งมีระดับเทากับ 100.00% และระดับความนาจะเปนที่ผูออกหรือตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิต AAA จะบิดพลิ้วตามที่รายงานโดยทริสเรทติ้งมีระดับ เทากับ 0.00% เปนตน แตเมื่อไมนานมานี้ อัญญา ขันธวิทย (2554) ไดเสนอวิธีของ Bayes เพื่อปรับ Real-World TPM ที่รายงานโดยทริสเรทติ้ง โดยพิจารณาขอมูล Real-World TPM ที่ Standard and Poor’s รายงานเปนขอมูลประกอบ เพื่อให Real-World TPM ที่ปรับแลวสำหรับประเทศไทยมีลักษณะสอดคลองเต็มที่กับ Stylized Facts และตรงตามเงื่อนไขที่พึงพบ ในทางทฤษฎีครบถวน Real-World TPM ที่ปรับแลวไดรับการยอมรับจาก ThaiBMA และถูกเผยแพรในเว็บไซดใหผูคาตราสารหนี้ ผูลงทุนและผูสนใจกลุมอื่นไดนำไปประยุกตใช เมื่อความจริงเปนเชนนี้ ผูเขียนจึงเสนอใชขอมูล Real-World TPM ที่ปรับแลวของ อัญญา ขันธวิทย (2554) ตามที่ปรากฏในตารางที่ 1 เปนขอมูลประกอบการวิเคราะห 12 วารสารบริหารธุรกิจ ปที่ 35 ฉบับที่ 135 กรกฎาคม-กันยายน 2555 !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( ตารางที่ 1: Real-World TPM ที่ปรับแลวของอัญญา ขันธวิทย (2554) ขอมูลอัตรา Credit Spreads การศึกษาเก็บขอมูลอัตรา Credit Spreads จากแหลงที่มา 2 แหลง แหลงที่หนึ่งจากแหลงที่ ThaiBMA รายงานสำหรับ อันดับเครดิต AAA ถึง BBB และแหลงที่สองเปนแหลงที่ผูเขียนไดรับจากการสำรวจความคิดเห็นของผูคาตราสารหนี้ในตลาด ตราสารหนี้ไทย รายละเอียดเปนดังนี้ ขอมูลสำหรับอันดับเครดิต AAA จนถึง BBB ขอมูลอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิต AAA จนถึงอันดับเครดิต BBB เปนขอมูลซึ่ง ThaiBMA รายงาน ตั้งแตวันที่ 15 สิงหาคม 2551 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 โดยที่การรายงานทำเดือนละ 2 ครั้ง ครั้งหนึ่งตอนกลางเดือนและ อีกครั้งหนึ่งตอนสิ้นเดือน จำนวนรวม 80 ตัวอยาง คาสถิติเชิงพรรณนาของอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิต AAA จนถึ ง อั น ดั บ เครดิ ต BBB เป น ดั ง ที่ ป รากฏในตารางที่ 2 จากตาราง การศึ ก ษาพบว า ค า เฉลี่ ย ของอั ต รา Credit Spreads มีโครงสรางแบบปกติ (Normal Curves) สำหรับอันดับเครดิตทุกอันดับ โครงสรางนี้เกิดขึ้นจากเหตุผลขอหนึ่งที่การคำนวณและ รายงานอัตรา Credit Spreads โดย ThaiBMA ไดทำโดยใชเทคนิค Curve Fitting ซึ่งบังคับใหเสนความสัมพันธตองเปนเสนโคง หรือเสนตรงที่ชันขึ้นตามเวลา อัตรา Credit Spreads ที่คำนวนไดมีความผันผวนสูงดังที่ชี้โดยคาเบี่ยงเบนมาตรฐานที่มีระดับที่สูง เมื่อเทียบกับคาเฉลี่ย และที่ชี้โดยความตางระหวางอัตรา Credit Spreads ระดับที่สูงที่สุดและที่ต่ำที่สุดซึ่งมีขนาดที่สูงมากโดยมี ขนาดที่เริ่มตั้งแต 199 จุดเบซิส (Basis Points) จนถึง 339.78 จุดเบซิส การกระจายตัวของอัตรา Credit Spreads ทั้งหมด ทุกอัตรามีความเบไปทางขวาและมีหางอวนตามที่ชี้โดยคาสกิวเนสและคาเคอรโตซิสสวนเกิน ตามลำดับ ที่มีคาเปนบวก การศึกษาเสนอใชคาเฉลี่ยที่คำนวณไดสำหรับการวิเคราะหเพื่อระบุ Risk-Neutral TPM ดังเชนที่การศึกษาในอดีตไดใช ขอมูลในลักษณะทำนองเดียวกันไปกอนหนา เชน การศึกษาของ Lando and Mortensen (2005) การศึกษาใชวิธี Dickey-Fuller เพื่อทดสอบสมมติฐานการมีลักษณะ Non-Stationarity ของขอมูลอนุกรมเวลาของอัตรา Credit Spreads จะไดมั่นใจวา คาเฉลี่ย สามารถทำหนาที่เปนตัวแทนของอัตรา Credit Spreads ได คาสถิติ Dickey-Fuller ไดรายงานไวในแถวนอนสุดทายของตาราง ณ ระดับความเชื่อมั่นรอยละ 99.00 การศึกษาจะปฏิเสธสมมติฐาน Non-Stationarity หากคาสถิติ Dickey-Fuller มีระดับนอย กวาคาอางอิงที่ -3.51 จากตาราง การศึกษาไมสามารถปฏิเสธสมมติฐาน Non-Stationarity ใหอัตรา Credit Spreads อัตราใดได เลย ดังนั้น การศึกษาจึงไดตรวจสอบตอไปวา ขอความจริงที่การศึกษาไมสามารถปฏิเสธสมมติฐานเปนเพราะเหตุที่ขอมูลอนุกรม เวลามีลักษณะ High Persistence หรือเปนเพราะเหตุที่มีลักษณะ Non-Stationarity จริง การตรวจสอบทำโดยการพิจารณาคา สัมประสิทธิ์อัตตสหสัมพันธของอัตรา Credit Spreads ยอนหลังกลับไป 1 งวด จนถึง 6 งวด ซึ่งพบวา คาสถิติอัตตสหสัมพันธ กับขอมูลที่เกิดขึ้น 1 งวดกอนหนามีระดับประมาณ 0.95 แตระดับไดลดลงตามเวลาและเหลือเพียงประมาณ 0.75 กับขอมูลที่ เกิ ด ขึ้ น 6 งวดก อ นหน า เมื่ อ ผลการตรวจสอบเพิ่ ม เติ ม เป น เช น นี้ การศึ ก ษาจึ ง สรุ ป ว า อั ต รา Credit Spreads มี ลั ก ษณะ Stationarity ดวยเหตุผลซึ่ง Chan et al. (1992) ไดอธิบายไว คณะพาณิชยศาสตรและการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร 13 14 วารสารบริหารธุรกิจ * Average หมายถึงคาเฉลี่ยเลขคณิต SD หมายถึงคาเบี่ยงเบนมาตรฐาน Skew หมายถึงคาสกิวเนส EKur หมายถึงคาเคอรโตซิสสวนเกิน Max หมายถึงคาที่สูงที่สุด Min หมายถึง คาที่ต่ำที่สุด และผูตอบหมายถึงจำนวนรายของผูตอบจากผูคาตราสารหนี้ที่เขารวมในโครงการศึกษาทั้งหมด 9 ราย ตารางที่ 3: คาสถิติเชิงพรรณนาของอัตรา Credit Spreads ซึ่งคำนวณโดยใชขอมูลจากการสำรวจความคิดเห็นของผูคาตราสารหนี้ สำหรับอันดับเครดิต BB จนถึงอันดับเครดิต CCC/C * Average หมายถึงคาเฉลี่ยเลขคณิต SD หมายถึงคาเบี่ยงเบนมาตรฐาน Skew หมายถึงคาสกิวเนส EKur หมายถึงคาเคอรโตซิสสวนเกิน Max หมายถึงคาที่สูงที่สุด Min หมายถึง คาที่ต่ำที่สุด และ DF หมายถึงคาสถิติ Dickey-Fuller !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( ตารางที่ 2: คาสถิติเชิงพรรณนาของอัตรา Credit Spreads ซึ่งคำนวณโดยใชขอมูลที่ ThaiBMA รายงาน สำหรับอันดับเครดิต AAA จนถึงอันดับเครดิต BBB การกำหนดเมทริกซความนาจะเปนในโลกซึ่งผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง ของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของตราสารหนี้ไทย ปที่ 35 ฉบับที่ 135 กรกฎาคม-กันยายน 2555 !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( ขอมูลสำหรับอันดับเครดิต BB จนถึง CCC/C การวิเคราะหเพื่อระบุ Risk-Neutral TPM สำหรับประเทศไทยตองอางอิงขอมูลอัตรา Credit Spreads ของตราสารหนี้ ที่มีอันดับเครดิตต่ำกวาอันดับ BBB ไดแกอันดับ BBB และ CCC/C ดวย แตขอมูลเหลานี้ไมมีการรายงานไว ณ ที่ใดเนื่องจาก ตลาดตราสารหนี้ไทยมีขอมูลซึ่งมีอันดับเครดิตต่ำกวาอันดับ BBB ซื้อขายกันนอยมากจนถึงไมมีการซื้อขาย ซึ่งปญหาการขาดขอมูล เพราะตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิตต่ำมีการซื้อขายกันนอยหรือไมมีการซื้อขาย เปนปญหาที่พบทั่วไปทั้งในตลาดประเทศที่พัฒนา แลว เชน ตลาดตราสารหนี้ของประเทศสหรัฐอเมริกา ดังที่ Trueck and Rachev (2009) ไดตั้งขอสังเกตไว และในตลาดเกิดใหม เชน ตลาดตราสารหนี้ของประเทศไทย ดังที่การศึกษาของ Wongweerawit (2005) ไดประสบ เปนตน เพื่อใหการศึกษาสามารถดำเนินตอไปได ผูเขียนจึงจัดเก็บขอมูลอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิต BBB และ CCC/C เองโดยวิธีสำรวจความคิดเห็นจากผูคาตราสารหนี้ (Dealer Poll) การใชวิธี Dealer Poll เพื่อเก็บขอมูลอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิตที่ต่ำในกรณีที่การซื้อขายตราสารหนี้มีนอยหรือตราสารหนี้ไมมีการซื้อขายเปนวิธีทางเลือกที่เปน ที่ยอมรับและไดมีการใชงานวิธีนี้ไปกอนหนานี้แลวในทางปฏิบัติในตลาดตางประเทศ ตัวอยางเชน ตลาดอนุพันธของอันดับเครดิต เมื่อตราสารหนี้เกิดบิดพลิ้วหรือถูกปรับลดอันดับเครดิต และการชำระราคาดวยเงินสดที่ตองคำนวณจากราคาตลาดของตราสารหนี้ ที่อนุพันธอางอิงถึงฉบับนั้น ดังที่ J.P. Morgan (1999) ไดอธิบายไว ผูเขียนทำ Dealer Poll เพื่อเก็บขอมูลอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิตตั้งแต BB ถึง CCC/C โดยใช แบบสอบถาม ซึ่งในแบบสอบถามที่ใชนั้น ผูเขียนไดรายงานขอมูลคาเฉลี่ยอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิต AAA ถึง BBB ตามที่ปรากฏในตารางที่ 2 ใหผูคาตราสารหนี้ผูตอบแบบสอบถามไดรับทราบดวย2 ผู เ ขี ย นตรวจสอบพบว า ผู ค า ตราสารหนี้ ใ นตลาดตราสารหนี้ ไ ทยมี ทั้ ง หมด 43 ราย แต ใ นป 2554 มี ผู ค า เพี ย ง 32 รายเทานั้นที่มีธุรกรรมซื้อขายตราสารหนี้เอกชน นอกจากนั้น การคาตราสารหนี้ยังกระจุกตัวอยูในหมูผูคารายใหญเพียงนอย รายเทานั้น เนื่องจากผูคาที่มีธุรกรรมในตลาดนอยหรือไมมีธุรกรรมเปนผูคาที่ไมมีอิทธิพลในการกำหนดราคาและอาจมีขอมูลจำกัด เกี่ยวกับพฤติกรรมราคาตราสารหนี้ ดังนั้น ในการทำ Dealer Poll ผูเขียนจึงจะสอบถามความเห็นจากผูคาขนาดใหญที่มีมูลคาการ ซื้อขายในป 2554 ไมนอยกวา 2% ของมูลคาการซื้อขายรวม ผูเขียนพบวา ผูคาที่มีลักษณะเขาขายมีทั้งหมด 11 ราย ซึ่งมูลคาการ ซื้อขายของผูคาทั้ง 11 รายรวมเทากับ 91.50% ผูเขียนสอบถามผูคาทุกรายโดยเจาะจงใหตัวแทนของผูคาซึ่งตอบแบบสอบถาม ตองมีตำแหนงหนาที่รับผิดชอบการคาตราสารหนี้ของผูคา ตัวอยางของตำแหนงของตัวแทนผูตอบแบบสอบถาม เชน ตำแหนง Head of Fixed Income Investment และตำแหนง Fixed Income Trader เปนตน ในจำนวนกลุมเปาหมาย 11 ราย ผูเขียนได รับความรวมมือจากผูคาจำนวน 9 ราย ซึ่งมีมูลคาการซื้อขายรวม 83.24% คาสถิติเชิงพรรณนาของอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิต BB ถึง CCC/C ที่คำนวณโดยใชขอมูลจากการทำ Dealer Poll ซึ่งไดดำเนินการไประหวางวันที่ 3 มกราคม 2555 ถึงวันที่ 9 มีนาคม 2555 ไดรายงานไวในตารางที่ 3 จากตาราง ผูเขียนพบวา คาเฉลี่ยของอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิต BB ถึง CCC/C มีระดับเพิ่มขึ้นตามอายุของกระแสเงิน ในลักษณะทำนองเดียวกันกับที่พบสำหรับอันดับเครดิตตั้งแต BBB ขึ้นไป อัตรา Credit Spreads เรียงตัวกันจากอัตราที่ต่ำกวา สำหรับอันดับเครดิตที่สูง ไปสูอัตราที่สูงกวาสำหรับอันดับเครดิตที่ต่ำ ซึ่งเปนลักษณะที่สอดคลองกับที่พึงเปนตามทฤษฎี3 ขอมูลคาเฉลี่ยอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิต AAA ถึง BBB ที่รายงานใหผูคาตราสารหนี้ทราบ ไดรับการออกแบบใหทำหนาที่เปนขอมูล Anchoring แกผูตอบในการใหความเห็นเกี่ยวกับอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิต BB ถึง CCC/C ดู Kahneman (2011) 3 ผูเขียนทำการตรวจสอบขอมูลที่ผูคาแตละรายตอบและพบวา การเรียงตัวของอัตรา Credit Spreads เปนการเรียงตัวที่ถูกตองตามทฤษฎี 2 คณะพาณิชยศาสตรและการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร 15 การกำหนดเมทริกซความนาจะเปนในโลกซึ่งผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง ของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของตราสารหนี้ไทย !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( ขอมูลอัตรา Credit Spreads จากการทำ Dealer Poll ซึ่งชี้โดยคาเบี่ยงเบนมาตรฐานและสวนตางของคาสูงสุดและ คาต่ำสุด มีการกระจายตัวมากกวาการกระจายตัวของขอมูลที่เก็บจาก ThaiBMA ทั้งนี้เหตุผลสวนหนึ่งอาจเปนเพราะการให ความเห็นเปนการใหความเห็นเกี่ยวกับราคาของตราสารหนี้ที่ไมมีอยูจริง ณ วันที่ใหความเห็น ทำใหผูคาเองมีขอมูลที่จำกัดมาก เกี่ยวกับตราสารหนี้ที่อางอิงถึง การกระจายตัวของขอมูลมีลักษณะเบทางขวาเชนเดียวกับขอมูลสำหรับอันดับเครดิตตั้งแต BBB ขึ้นไป ซึ่งเหตุผลสวนหนึ่งอาจเปนเพราะอัตรา Credit Spreads ตองมีคาเปนบวกเทานั้น ขอมูลอัตรา Recovery Rate อัตรา Recovery Rate ที่ถือเปน Stylized Facts จากตลาดตราสารหนี้ที่พัฒนาไปกอนหนาเปนอัตราที่สูงกวาสำหรับ ผูออกและตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิตสูง หรือสำหรับตราสารหนี้ที่อันดับเครดิตเดียวกันแตมีบุริมสิทธิ์เหนือกวา ดังตัวอยาง ที่รายงานโดย Moody’s Investors Service (2011) นอกจากนี้ ในทางวิชาการ นักวิชาการเชน Lando (2000, น. 155) ไดสนับสนุนใหการวิเคราะหตราสารหนี้ทำการตั้งเปนสมมติฐานใหอัตรา Recovery Rate มีระดับที่ขึ้นกับอันดับเครดิตที่ผูออก หรือตราสารหนี้ไดรับกอนที่เหตุการณบิดพลิ้วจะเกิดขึ้น เพราะจะทำใหการวิเคราะหมีความสอดคลองกับเหตุการณที่เปนจริง ในตลาดมากกวา ผูเขียนตระหนักถึง Stylized Facts ของอัตรา Recovery Rate จากตลาดตราสารหนี้ในตางประเทศและยอมรับ ในหลักการวา เมื่อใชอัตรา Recovery Rate ที่ปรับตามอันดับเครดิตและบุริมสิทธิ์แลว การวิเคราะหจะใหผลลัพธที่สอดคลอง กับความเปนจริงมากกวา แตในการศึกษานี้ ผูเขียนยืนยันจะตั้งเปนสมมติฐานใหอัตรา Recovery Rate เปนอัตราเดียวสำหรับ ตราสารหนี้ทุกรุน ดวยเหตุผล 2 ประการคือ ประการแรก เมื่อผูเขียนไดพิจารณาตลาดตราสารหนี้ไทยที่มีประสบการณเกี่ยวกับ เหตุการณบิดพลิ้วของตราสารหนี้จำนวนนอยรุน และแตละรุนที่บิดพลิ้วไมไดกระจายออกไปตามอันดับเครดิตครบทุกอันดับ การระบุอัตรา Recovery Rate โดยใชประสบการณในตลาดตราสารหนี้ไทยจึงไมสามารถทำไดสำหรับอันดับเครดิตทุกอันดับจน ครบถวน และประการที่สอง การวิเคราะหซึ่งตั้งเปนสมมติฐานใหอัตรา Recovery Rate มีเพียงอัตราเดียวเปนการวิเคราะห ที่เรียบงาย และเปนแนวทางที่การศึกษาเชิงประจักษในตางประเทศที่มีการอางอิงถึงกวางขวางในวงวิชาการเชน การศึกษาของ Lando and Mortensen (2005) และ Albanese and Chen (2006) ขอมูลอัตรา Recovery Rate สำหรับตราสารหนี้ในประเทศไทยที่ผูเขียนมีเปนทางเลือกมีอยูจำนวนหนึ่ง อาทิขอมูล ที่รายงานโดย Moody’s Investors Service (2009) วา อัตรา Recovery Rate ของตราสารหนี้ที่อยูในประเทศกลุมเอเชียแปซิฟก มีระดับเทากับ 29.20% 30.90% และ 36.20% สำหรับตราสารหนีไ้ มดอ ยสิทธิและมีหลักประกัน หุน กูไ มดอ ยสิทธิแตไมมหี ลักประกัน และหุนกูดอยสิทธิ ตามลำดับ ขอมูลอัตรา Recovery Rate ที่ Nakonthab et al. (2007) ตั้งเปนสมมติฐานใหเทากับ 50.00% สำหรับกลุม เงินใหกขู องธนาคารพาณิชยไทย และขอมูลอัตรา Recovery Rate ระดับ 60% ที่ Wongweerawit (2005) คำนวณจาก ราคาตราสารหนีท้ ม่ี กี ารซือ้ ขายจริงในตลาดตราสารหนีไ้ ทยผานตัวแบบจำลองทางทฤษฎีเพือ่ กำหนดราคาตราสารหนี้ เปนตน ผูเขียนเลือกที่จะไมใชขอมูลอัตรา Recovery Rate ที่มีเปนทางเลือกในยอหนาบน เพราะขอมูลที่ Moody’s Investors Service (2009) รายงานเปนขอมูลเฉลี่ยสำหรับประเทศกลุมเอเชียแปซิฟก ซึ่งแมมีประเทศไทยเปนสมาชิก แตเนื่องจากเหตุการณ การบิดพลิ้วที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในชวงเวลาที่ Moody’s Investors Service ใชคำนวณอัตรา Recovery Rate เปนชวงที่ เหตุการณบิดพลิ้วในตลาดการเงินไทยเกิดขึ้นจริงจำนวนนอยครั้ง อัตรา Recovery Rate ที่ Moody’s Investors Service รายงานจึงอาจไมเหมาะสำหรับตลาดตราสารหนี้ไทย ผูเขียนไมพิจารณาใชอัตรา Recovery Rate ของ Nakonthab et al. (2007) เพราะ Nakonthab et al. ระบุไวชัดเจนวาเปนอัตราสำหรับกลุมเงินใหกูของธนาคารพาณิชยไมใชสำหรับกลุมตราสารหนี้ ในขณะ ที่ Moody’s Investor Service (2009) รายงานวาอัตรา Recovery Rate ของกลุมเงินใหกูและกลุมตราสารหนี้อาจแตกตางกัน มาก และผูเขียนพิจารณาไมใชอัตรา Recovery Rate ของ ที่ Wongweerawit (2005) เพราะความถูกตองแมนยำของอัตราขึ้น กับความถูกตองแมนยำของตัวแบบจำลองทางทฤษฎีที่ใชกำหนดราคาตราสารหนี้เอกชน ซึ่ง Wongweerawit ไดยอมรับวา ยังไมสามารถระบุชัดเจนถึงตัวแบบจำลองที่สามารถกำหนดราคาตราสารหนี้ไดอยางถูกตอง 16 วารสารบริหารธุรกิจ ปที่ 35 ฉบับที่ 135 กรกฎาคม-กันยายน 2555 !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( ผูเขียนตั้งขอสังเกตวา อัตรา Recovery Rate เปนมูลคาปจจุบันของกระแสเงินที่ผูถือตราสารหนี้จะเรียกรับคืนไดจากผู ออกเมื่อตราสารหนี้บิดพลิ้ว ดังนั้น ในสาระ อัตรา Recovery Rate ของตราสารหนี้จึงตองหมายถึง ราคาตราสารหนี้ฉบับนั้นที่ถูก กำหนด ณ วันที่ตราสารหนี้บิดพลิ้ว การตีความอัตรา Recovery Rate ในฐานะราคาตราสารหนี้ ณ วันที่ตราสารหนี้บิดพลิ้ว เปนการตีความที่สอดคลองกับนิยามที่สถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำเชน Moody’s และ Standard and Poor’s ใชสำหรับเก็บ ขอมูลเพื่อคำนวณอัตรา Recovery Rate ในตลาดและในกลุมประเทศตาง ๆ เมื่ออัตรา Recovery Rate สามารถพิจารณาไดวาเปนราคาตราสารหนี้เมื่อบิดพลิ้ว ในกรณีที่ตลาดตราสารหนี้ไทยมี ตราสารหนี้ที่บิดพลิ้วจำนวนนอยรายทำใหไมสามารถระบุอัตรา Recovery Rate ไดจากขอมูลที่เกิดขึ้นจริง การใชขอมูลอัตรา Recovery Rate จากการทำ Dealer Poll จึงเปนวิธีที่มีความเหมาะสม เปนที่ยอมรับดวยเหตุผลในลักษณะทำนองเดียวกันกับ เหตุผลสำหรับการระบุอัตรา Credit Spreads ผูเขียนใชขอมูลเพื่อคำนวณอัตรา Recovery Rate จากการทำ Dealer Poll ที่ไดรับ มาพรอมกับขอมูลเพื่อคำนวณอัตรา Credit Spreads ตามที่ไดพรรณนาไปขางตน คาสถิติเชิงพรรณนาของอัตรา Recovery Rate ไดรายงานไวในตารางที่ 4 และในการศึกษานี้ ผูเขียนจะกำหนดใหอัตรา Recovery Rate เทากับคาเฉลี่ยที่คำนวณไดระดับ 33.75% ตารางที่ 4: คาสถิติเชิงพรรณนาของอัตรา Recovery Rate ซึ่งคำนวณโดยใชขอมูลจากการสำรวจ *Average หมายถึงคาเฉลี่ยเลขคณิต SD หมายถึงคาเบี่ยงเบนมาตรฐาน Skew หมายถึงคาสกิวเนส EKur หมายถึงคาเคอรโต ซิสสวนเกิน Max หมายถึงคาที่สูงที่สุด Min หมายถึงคาที่ต่ำที่สุด และผูตอบหมายถึงจำนวนรายของผูตอบจากผูคาตราสารหนี้ที่ เขารวมในโครงการศึกษาทั้งหมด 9 ราย ระดับความนาจะเปนที่จะบิดพลิ้วซึ่งชี้โดยนัยในโลกที่ผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง เมื่อผูเขียนมีขอมูลอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิตและแบงแยกตามอายุของกระแสเงิน ซึ่งคือคาเฉลี่ย ที่ ร ายงานในตารางที่ 2 และตารางที่ 3 และมี ข อ มู ล อั ต รา Recovery Rate ซึ่ ง คื อ ค า เฉลี่ ย ที่ ร ายงานในตารางที่ 4 แล ว กอนทีผ่ เู ขียนจะทำการวิเคราะหเพือ่ เปรียบเทียบวิธที างเลือกสำหรับระบุ Risk-Neutral TPM ผูเ ขียนจะคำนวณระดับความนาจะเปน ที่จะบิดพลิ้วในโลกที่ผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง (Risk-Neutral Default Probability) จากขอมูลที่มีโดยอางอิงความสัมพันธ ทางทฤษฎีระหวางระดับความนาจะเปน อัตรา Credit Spreads อัตรา Recovery Rate และอายุของกระแสเงินกอน ผลลัพธจาก การคำนวณมีประโยชนเพราะเปนระดับความนาจะเปนที่ตองเทากับผลลัพธจากวิธีทางเลือกที่ผูเขียนจะใชกำหนด Risk-Neutral TPM และผูเขียนจะใชระดับความนาจะเปนที่คำนวณไดนี้เปนขอมูลขั้นตนเพื่อตรวจสอบวาวิธีทางเลือกเหลานั้นจะรายงาน ความนาจะเปนไดสอดคลองกับลักษณะที่พึงพบตามทฤษฎีหรือไม ซึ่งไดแก ความนาจะเปนตองมีคาไมเกิน 100% และตองมีระดับ ที่สูงกวาความนาจะเปนที่จะบิดพลิ้วที่อานไดจาก Real-World TP คณะพาณิชยศาสตรและการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร 17 การกำหนดเมทริกซความนาจะเปนในโลกซึ่งผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง ของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของตราสารหนี้ไทย !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( ตารางที่ 5: ระดับความนาจะเปนที่จะบิดพลิ้วซึ่งชี้โดยนัยในโลกที่ผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง เปรียบเทียบกับระดับที่อานไดจาก Real-World TPM* *Risk-Neutral หมายถึงระดับความนาจะเปนในโลกที่ผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยงที่คำนวณไดจากขอมูลและความสัมพันธทาง ทฤษฎีตามที่ปรากฏในคำพรรณนาสมการที่ (3) สวน Real-World หมายถึงความนาจะเปนในโลกแหงความเปนจริงที่คำนวณ โดยใชขอมูล Risk-Neutral TPM และตามความสัมพันธทางทฤษฎีตามสมการที่ (1) การคำนวณพบวา คาความนาจะเปนที่จะบิดพลิ้วในโลกที่ผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยงบางคามีระดับที่ตางไปจากระดับ ที่พึงคาดหวังตามทฤษฎี ซึ่งคาเหลานี้เปนคาในตารางที่ 5 สวนที่ไดแรเงาไวดวยสีเทาเขม ตัวอยางเชน คาที่คำนวณไดสำหรับอันดับ เครดิต BB อายุ 1 ปที่มีระดับต่ำกวาคาในโลกแหงความเปนจริง และคาที่คำนวณไดสำหรับอันดับเครดิต CCC/C อายุ 10 ปที่ มีระดับสูงกวา 100% เปนตน เมื่อการคำนวณพบผลลัพธที่ตางไปจากคาพึงคาดหวังตามทฤษฎีเชนนี้ ในสวนตอไป ผูเขียนจึงเสนอ ปรับทางเลือกเพื่อระบุ Risk-Neutral TPM ใหคาความนาจะเปนที่จะบิดพลิ้วในโลกที่ผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง ตองมีสมบัติ ที่สอดคลองกับทฤษฎีอยางเครงครัด อนึ่ง ผูเขียนตั้งขอสังเกตวา คาความนาจะเปนที่จะบิดพลิ้วในโลกที่ผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยงบางคาที่มีระดับที่ตางไป จากระดับที่พึงคาดหวังตามทฤษฎี มีการกระจุกตัวในอันดับเครดิตกลุมที่ต่ำกวาอันดับ BBB ซึ่งเปนอันดับที่สามารถลงทุนได (Investment Grade) และการคำนวณคาความนาจะเปนของตราสารหนี้กลุมนี้ไดอางอิงอัตรา Credit Spreads ที่ไดจากการ ทำ Dealer Poll นอกจากนัน้ de Jong and Driessen (2006) ยังรายงานเกีย่ วกับการซือ้ ขายตราสารหนีท้ ม่ี อี นั ดับเครดิตต่ำกวาอันดับ ทีส่ ามารถลงทุนไดในตลาดสหรัฐอเมริกาและตลาดยุโรปวามีสภาพคลองทีต่ ำ่ มาก ทำใหผคู า ตราสารหนีต้ อ งกำหนดราคาใหตำ่ ลงเพือ่ เปนคาชดเชยความเสีย่ งจากการขาดสภาพคลอง (Liquidity Risk Premium) de Jong and Driessen (2006) รายงานเพิม่ เติมวาคา ชดเชยความเสี่ ย งจากการขาดสภาพคล อ งสำหรั บ ตราสารหนี้ ท่ี มี อั น ดั บ เครดิ ต ต่ำ อาจมี ร ะดั บ ที่ สู ง ถึ ง 1.50% ซึ่ ง หาก ผูค า ตราสารหนีท้ ร่ี ว มกิจกรรม Dealer Poll มีความกังวลในเรือ่ งความเสีย่ งจากการขาดสภาพคลอง อัตรา Credit Spreads ทีไ่ ดจาก การทำ Dealer Poll ยอมตองมีคาชดเชยความเสี่ยงจากการขาดสภาพคลองเปนสวนประกอบดวย สงผลใหอัตรา Credit Spreads ที่รายงานในตารางที่ 3 มีระดับที่สูงเกินไปจากระดับที่ควรจะเปนจริงสำหรับกรณีที่ตราสารหนี้มีสภาพคลองของการซื้อขาย4 ผูเขียนอธิบายวา คาความนาจะเปนที่จะบิดพลิ้วในโลกที่ผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยงบางคาที่มีระดับที่ตางไปจากระดับ ที่พึงคาดหวังตามทฤษฎี โดยเฉพาะกรณีที่คาที่คำนวณไดมีระดับที่ต่ำกวาคาในโลกแหงความเปนจริงนั้น ไมสามารถเกิดขึ้นจาก ความกังวลของผูคาตราสารหนี้ในเรื่องความเสี่ยงจากการขาดสภาพคลอง เพราะหากผูคากำหนดใหอัตรา Credit Spreads มีระดับที่สูงเกินไป และผูเขียนทำการปรับอัตรา Credit Spreads ใหลดลงเพื่อขจัดผลกระทบจากคาชดเชยความเสี่ยงจากการขาด สภาพคลองออกไป คาความนาจะเปนที่จะบิดพลิ้วในโลกที่ผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยงบางคาที่เดิมมีระดับที่ตางไปจากระดับ ที่พึงคาดหวังตามทฤษฎี จะมีระดับที่ตางจากระดับที่พึงคาดหวังตามทฤษฎีมากขึ้นไปอีก เมื่อผูเขียนสามารถอธิบายไดเชนนี้ ผูเขียน จึงยืนยันที่จะใชอัตรา Credit Spreads ที่ไดจากการทำ Dealer Poll ในการศึกษาสวนตอไป 4 18 ผูเขียนขอบคุณผูกลั่นกรองบทความที่ไดแนะนำใหผูเขียนตั้งขอสังเกตที่สำคัญนี้ วารสารบริหารธุรกิจ ปที่ 35 ฉบับที่ 135 กรกฎาคม-กันยายน 2555 !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( ระเบียบวิธีวิจัย วิธีทางเลือกเพื่อระบุ Risk-Neutral TPM Trueck and Rachev (2009) สรุปวา วิธีทางเลือกซึ่งสามารถใชเพื่อระบุ Risk-Neutral TPM สามารถแบงได 5 กลุม คือ กลุมแรก เปนกลุมที่เสนอโดย Jarrow et al. (1997) และขยายผลโดย Kijima and Komoribayashi (1998) ซึ่งปรับ Real-World TPM โดยใช “คาชดเชยความเสี่ยง” (Risk Premium) ใหเปน Risk-Neutral TPM ทั้งนี้ Risk-Neutral TPM ที่เกิด ขึ้นเปนผลลัพธตองสามารถคำนวณราคาตราสารหนี้ตามทฤษฎีไดตรงกับราคาตราสารหนี้ที่มีการซื้อขายจริงในตลาด กลุมที่สอง เสนอโดย Lando (2000) ซึ่งระบุ Risk-Neutral TPM จาก Real-World TPM ที่มีอายุ 1 งวด โดยในขั้น แรกทำการปรับ Real-World TPM ใหเปนเมทริกซ Generator จากนั้นจึงปรับเมทริกซ Generator ใหเปน เมทริกซสำหรับ Risk-Neutral TPM ภายใตเงื่อนไขที่ TPM ที่เกิดขึ้นเปนผลลัพธตองสามารถรายงานราคาตราสารหนี้ตามทฤษฎี ไดตรงกับราคาตราสารหนี้ที่มีการซื้อขายจริงในตลาด กลุมที่สาม เสนอโดย McNulty and Levin (2000) ซึ่งกำหนด Risk-Neutral TPM โดยอางอิงโครงสรางทางการเงิน และตัวแบบจำลอง Capital Asset Pricing Model รวมกับการใชขอมูล Real-World TPM ขอมูลอัตรา Credit Spreads ขอมูล อัตราผลตอบแทนสวนเกินของตลาด และขอมูลคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธของหุนสามัญของผูออกตราสารหนี้ที่มีตออัตราผล ตอบแทนของตลาด กลุมที่สี่ เสนอโดย Lando and Mortensen (2005) ซึ่งระบุ Risk-Neutral TPM จากเงื่อนไข First-Order Condition ของตัวแบบจำลองทางเศรษฐศาสตรซึ่งผูลงทุนแบงเงินลงทุนไปลงทุนในสินทรัพยที่มีความเสี่ยงสวนหนึ่ง และสินทรัพยที่ปราศจาก ความเสี่ยงอีกสวนหนึ่งเพื่อทำใหระดับอรรถประโยชนที่คาดมีระดับที่สูงที่สุด กลุมที่หา เสนอโดย Albanese and Chen (2006) ซึ่งระบุ Risk-Neutral TPM จากพฤติกรรมเชิงสุมของตัวแปรที่ชี้ ระดับความนาเชื่อถือดานเครดิตของผูออกหรือตราสารหนี้ที่จะเคลื่อนขามระดับอางอิงสำหรับอันดับเครดิตตาง ๆ ทั้งนี้ พฤติกรรม ของตัวแปรสามารถพรรณนาไดโดยใชคาพารามิเตอรของกระบวนการเชิงสุม (Stochastic Process) ของตัวแปรนั้นซึ่งกำหนดได จากขอมูล Real-World TPM และขอมูลอัตรา Credit Spreads การคัดกรองวิธีทางเลือกเพื่อการเปรียบเทียบ การศึกษาจะเปรียบเทียบวิธีทางเลือกเพื่อระบุวิธีที่เหมาะสมสำหรับการใชงานจริงในตลาดตราสารหนี้ไทย การศึกษา เสนอใหคัดกรองวิธีทางเลือกที่มีเหลานั้นในชั้นตนเพื่อใหเหลือวิธีที่เหมาะสมจำนวนหนึ่งสำหรับเปรียบเทียบ การคัดกรองมีความ สำคั ญ เพราะ การศึ ก ษาวิ ธี ก ารทางเลื อ กทั้ ง หมดที่ มี จำนวนมากสิ้ น เปลื อ งทรั พ ยากร ในขณะที่ ท รั พ ยากรมี จำกั ด นอกจากนี้ การวิเคราะหในเบื้องตนถึงวิธีทางเลือกทำใหผูเขียนสามารถระบุเหตุผลที่ตรงไปตรงมาและเพียงพอสำหรับการตัดสินใจไมพิจารณา วิธีทางเลือกบางวิธีหรือบางกลุมได ผู เ ขี ย นเสนอเปรี ย บเที ย บวิ ธี ท างเลื อ กจำนวน 3 วิ ธี คื อ วิ ธี ข อง Jarrow et al. (1997) วิ ธี ข อง Kijima and Komoribayashi (1998) และวิธี Modifying Default Intensities ของ Lando (2000) ผูเขียนเลือกที่จะพิจารณาวิธีของ Jarrow et al. (1997) และวิธีของ Kijima and Komoribayashi (1998) เพราะเปนวิธีที่มีผูอางอิงถึงมากที่สุด เรียบงาย และไดรับการ ยอมรับแลวอยางกวางขวางจนถึงระดับที่บรรจุในหนังสือ เชน หนังสือของ Trueck and Rachev (2009) และใชเปนตัวแบบ จำลองเพื่อการเปรียบเทียบในงานวิจัย เชนงานวิจัยของ Albanese and Chen (2006) ผูเขียนเลือกพิจารณาวิธี Modifying Default Intensities ของ Lando (2000) เพราะ Trueck and Rachev (2009) ชี้วา Risk-Neutral TPM ที่เปนผลลัพธของวิธีนี้มี คณะพาณิชยศาสตรและการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร 19 การกำหนดเมทริกซความนาจะเปนในโลกซึ่งผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง ของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของตราสารหนี้ไทย !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( ลักษณะเหมาะสมกับพฤติกรรมความเสี่ยงดานเครดิตในตลาดการเงินในกรณีทั่วไป ในขณะที่วิธี Modifying the Rows of the Generator Matrix และวิธี Modifying Eigenvalues of the Transition Probability Matrix ที่ Lando เสนอไวพรอมกัน ให Risk-Neutral TPM ที่มีลักษณะเหมาะกับพฤติกรรมความเสี่ยงดานเครดิตเฉพาะในชวงที่ตลาดตราสารหนี้มีความผันผวนสูง ผูเขียนเลือกที่จะไมพิจารณาวิธีที่ McNulty and Levin (2000) เสนอเพราะการกำหนด Risk-Neutral TPM ตองอางอิง กับอันดับเครดิตและยังตองอางอิงกับคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธที่หุนสามัญของผูออกมีตออัตราผลตอบแทนของตลาด เงื่อนไขการ อางอิงกับคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธเปนเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ไมสอดคลองกับการวิเคราะหความเสี่ยงดานเครดิตที่อางอิงถึงเฉพาะ อันดับเครดิตที่สนใจเพียงอยางเดียว นอกจากนั้น การระบุ Risk-Neutral TPM ของ McNulty and Levin ยังไมอางอิงราคา ตามทฤษฎีกับราคาตลาดของหุนกู ผูเขียนเลือกที่จะไมพิจารณาวิธีของ Lando and Mortensen (2005) เพราะวิธีนี้ไมสามารถระบุ Risk-Neutral TPM สำหรับกระแสเงินที่มีระยะเวลา 1 ปได แมวิธีนี้จะไดรับการออกแบบให Risk-Neutral TPM ที่ไดเปนผลลัพธ มี ร ะดั บ ความน า จะเป น ที่ ส อดคล อ งกั บ พฤติ ก รรมตามความเชื่ อ ของตลาดก็ ต าม สุ ด ท า ย ผู เ ขี ย นเลื อ กที่ จ ะไม พิ จ ารณาวิ ธี ของ Albanese and Chen (2006) แม Risk-Neutral TPM ที่เปนผลลัพธสามารถใหระดับความนาจะเปนที่สอดคลองกับความ เชื่อของตลาดไดเชนกัน เพราะ ตัวแบบจำลองอางอิงถึงคาพารามิเตอรจำนวนมากที่จำเปนตองใชเพื่อพรรณนาพฤติกรรมของ ตัวแปรที่ชี้ระดับความนาเชื่อถือดานเครดิต ตัวแบบจำลองมีความซับซอนมาก และการกำหนดตัวแบบจำลองมีขั้นตอนยุงยากเกิน กวาที่จะนำมาประยุกตใชงานจริงในตลาดตราสารหนี้ไทย รายละเอียดของวิธีที่เลือกมาพิจารณาเปรียบเทียบ กำหนดให PN เปน Real-World TPM สำหรับกระแสเงินที่มีอายุ N ป ซึ่งมีขนาด (K×K) โดยที่สมาชิก ที่อยู ในแถวนอนที่ i และแถวตั้งที่ j ทำหนาที่ระบุระดับความนาจะเปนที่ตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิต i ณ ตนปที่ 1 จะมีอันดับเครดิต เปลี่ยนแปลงไปเปนอันดับเครดิต j ณ สิ้นปที่ N ดังนี้ (1) โดยที่ และ สัญลักษณ i และ j =1 แสดงถึงอันดับเครดิตสูงสุด สวนสัญลักษณ i และ j=K แสดงอันดับเครดิตต่ำสุดคืออันดับ Default การศึกษาสนใจจะระบุ Risk-Neutral TPM สำหรับ กระแสเงินที่มีอายุ N ป ซึ่งเปนเมทริกซ QN ขนาด (K×K) ตอไปนี้ (2) โดยที่ และ โดยใชวิธีที่แตกตางกันจำนวน 3 วิธี วิธีของ Jarrow et al. (1997) Jarrow et al. (1997) กำหนด Risk-Neutral TPM QN โดยอางอิงกับ Real-World TPM PN อัตรา Credit Spreads และและอัตรา Recovery Rate ผานความสัมพันธ 20 วารสารบริหารธุรกิจ !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( ปที่ 35 ฉบับที่ 135 กรกฎาคม-กันยายน 2555 (3) โดยที่ ค า ชดเชยความเสี่ ย ง คำนวณจาก ระดั บ ความน า จะเป น ที่ จ ะบิ ด พลิ้ ว คำนวณ จาก สัญลักษณ ϕ แสดงอัตรา Recovery Rate และสัญลักษณ SiN แสดงอัตรา Credit Spread ของตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิต i และมีอายุคงเหลือ N งวด ความสัมพันธในสมการที่ (3) ชี้วา ความนาจะเปน ไดรับ การปรับใหสูงขึ้นหรือลดลงไปในทิศทางเดียวกัน ในอัตราที่เทากันสำหรับอันดับเครดิต j≠i ทุกอันดับและเทากับคาชดเชย ความเสี่ยง ที่มากกวาหรือนอยกวา 1.00 ตามลำดับ สวนความนาจะเปน คำนวณจากขอความจริงที่ผลรวมของ ความนาจะเปนสำหรับอันดับเครดิตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตทุกอันดับตองเทากับ 1.00 เปนที่พึงสังเกตวาในกรณีที่คาชดเชย ความเสี่ยง มีขนาดที่ใหญมาก ผลรวมของความนาจะเปน อาจมีคามากกวา 1.00 และคาความนาจะเปน ที่คำนวณไดเปนคาลบสงผลให Risk-Neutral TPM ที่ไดเปนผลลัพธไมสามารถเปนจริงได (Infeasible TPM) วิธีของ Kijima and Komoribayashi (1998) เพื่อแกปญหาที่ Risk-Neutral TPM ของ Jarrow et al. (1997) อาจเปน TPM ที่ไมสามารถเปนจริงได Kijima and Komoribayashi (1998) จึงเสนอปรับการคำนวณคาชดเชยความเสี่ยง และวิธีการคำนวณ Risk-Neutral TPM โดยกำหนดใหคา ชดเชยความเสี่ยงมีระดับเทากับ และ Risk-Neutral TPM QN คำนวณไดจากความสัมพันธ (4) ซึ่ ง ปรั บ ระดั บ ความน า จะเป น ให เ พิ่ ม ขึ้ น หรื อ ลดลงในอั ต ราเดี ย วกั น ในระดั บ เท า กั บ ค า ชดเชยความเสี่ ย ง ใหเปนความนาจะเปน แลวคำนวณความนาจะเปน จากขอความจริงที่ผลรวมของความนาจะเปนสำหรับ อันดับเครดิตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตทุกอันดับตองเทากับ 1.00 วิธี Modifying Default Intensities ของ Lando (2000) วิธี Modifying Default Intensities ของ Lando (2000) แปลง Real-World TPM P1 ใหเปนเมทริกซ Real-World Generator ในขณะที่ I เป น เมทริ ก ซ Identity ที่มีขนาด (K×K) กำหนดตอไปใหเมทริกซ Generator G มีโครงสราง (5) เมทริ ก ซ Risk-Neutral Generator Λ N ซึ่ ง สั ม พั น ธ กั บ Risk-Neutral TPM จะมีโครงสรางดังนี้ คณะพาณิชยศาสตรและการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร 21 !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( การกำหนดเมทริกซความนาจะเปนในโลกซึ่งผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง ของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของตราสารหนี้ไทย (6) โดยที่สัญลักษณ γiN ระบุคาชดเชยความเสี่ยงสำหรับตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิต i และมีอายุของกระแสเงิน N งวด ที่ตองกำหนดใหสอดคลองกับอัตรา Credit Spread ที่รอยละ siNและอัตรา Recovery Rate ที่รอยละ ϕ การกำหนด Risk-Neutral TPM ตามวิธีทางเลือกที่ปรับปรุงแลว การกำหนด Risk-Neutral TPM โดยวิธีทางเลือกทำโดยการเลือก Risk-Neutral TPM ที่ทำใหราคาตราสารหนี้ที่กำหนด ไดตามวิธีที่พิจารณา มีระดับเทากับราคาตราสารหนี้ที่กำหนดไดจากขอมูลอัตรา Credit Spreads นอกจากนี้ ระดับความนาจะเปน ที่ผูออกหรือตราสารหนี้จะบิดพลิ้วตามที่อานไดจาก Risk-Neutral TPM ตองมีระดับเทากับความนาจะเปนที่ชี้โดยนัยจากขอมูล อัตรา Credit Spreads อัตรา Recovery Rate และอายุของกระแสเงินดวย ผูเขียนตั้งขอสังเกตวา เมื่อความนาจะเปนที่จะบิดพลิ้วซึ่งชี้โดยนัยจากขอมูลมีลักษณะบางประการที่ขัดกับลักษณะที่พึง เปนตามทฤษฎีดังที่ประจักษแลวในตารางที่ 5 กลาวคือ ลักษณะที่พบวาความนาจะเปนในโลกที่ผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยงมี ระดับทีต่ ำ่ กวาความนาจะเปนในโลกแหงความจริง และทีพ่ บวาความนาจะเปนในโลกทีผ่ ลู งทุนเปนกลางตอความเสีย่ งทีค่ ำนวณไดมคี า เกินกวา 100% แลว Risk-Neutral TPM ที่ไดเปนผลลัพธจากการคำนวณอยางเครงครัดที่กำหนดให ตามวิธีทางเลือกจึงเปน TPM ที่ไมถูกตอง นอกจากนั้น Risk-Neutral TPM ที่เกิดจากการคำนวณตามวิธีทางเลือกของ Jarrow et al. (1997) อาจใหความนาจะเปนบางคาเปนลบ เพื่อแกปญหาที่การศึกษากำลังประสบนี้ ผูเขียนจึงเสนอปรับการคำนวณ RiskNeutral TPM โดยวิธีทางเลือกเพื่อให Risk-Neutral TPM ที่ไดเปนผลลัพธเปน Risk-Neutral TPM ที่เปนไปได และระดับความ นาจะเปนที่จะบิดพลิ้วมีลักษณะสอดคลองเต็มที่กับลักษณะที่พึงคาดหวังตามทฤษฎี กำหนดให เปนราคาหุนกูที่กำหนดอัตราคูปองเปนศูนย มีราคาที่ตรา 1 บาทและมีอายุคงเหลือ N ป ที่คำนวณได ตามทฤษฎี ภายใตวิธีทางเลือกวิธี u โดยที่ตราสารหนี้มีอันดับเครดิต i กำหนดให BiN เปนราคาหุนกูฉบับเดียวกันที่คำนวณจาก ขอมูลอัตรา Credit Spread ผูเขียนตั้งขอสังเกตวาราคาตามทฤษฎี ของตราสารหนี้มีระดับขึ้นกับคาชดเชยความเสี่ยง กล า วคื อ สำหรั บ วิ ธี ข อง Jarrow et al (1997) สำหรั บ วิ ธี ข อง Kijima and Komoribayashi (1998) และ สำหรั บ วิ ธี ข อง Lando (2000) ดั ง นั้ น เมื่อกำหนดให เปนขนาดของความคลาดเคลื่อนของราคาที่กำหนดไดตามทฤษฎี (Pricing Error) แลว แทนที่การระบุ Risk-Neutral TPM จะเลือกโดยการระบุคาชดเชยความเสี่ยงตามสูตรการคำนวณเครงครัดตามที่แตละวิธีเสนอ ผูเขียนเสนอใหพิจารณาคาชดเชยความเสี่ยงเปนคาพารามิเตอรที่ตองกำหนดพรอมกันสำหรับอันดับเครดิตทุกอันดับ เพื่อทำให ผลรวม ของขนาดความคลาดเคลื่อนยกกำลังสองมีระดับที่ต่ำที่สุด5 ทั้งนี้ การเลือกคาชดเชยความเสี่ยงตองเปน การเลือกภายใตเงื่อนไข 3 ขอ เพื่อยืนยันวาความนาจะเปนที่เปนสมาชิกของ Risk-Neutral TPM จะมีลักษณะตรงตามทฤษฎีอยาง เครงครัด คือ ในกรณีที่วิธีทางเลือกเปนวิธีของ Jarrow et al. (1997) และของ Kijima and Komoribayashi (1998) การกำหนดคาชดเชยความเสี่ยงแยกกันสำหรับ อันดับเครดิตแตละอันดับแยกกันเพื่อใหคาความคลาดเคลื่อนยกกำลังสองมีระดับต่ำที่สุดจะใหผลลัพธที่เทากันกับการกำหนดคาชดเชยสำหรับทุกอันดับ พรอมกัน 5 22 วารสารบริหารธุรกิจ ปที่ 35 ฉบับที่ 135 กรกฎาคม-กันยายน 2555 !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( ขอหนึ่ง คาความนาจะเปนที่จะบิดพลิ้วที่อานไดจาก Risk-Neutral TPM ตองมีระดับไมต่ำกวาคาความนาจะเปนที่จะ บิดพลิ้วที่อานไดจาก Real-World TPM ขอสอง คาความนาจะเปนทุกคาที่เปนสมาชิกของ Risk-Neutral TPM ตองมีคาระหวาง 0.00% กับ 100% ขอสาม คาความนาจะเปนจาก Risk-Neutral TPM สำหรับอันดับเครดิตหนึ่งรวมกันตองเทากับ 100% การเปรียบเทียบความสามารถของวิธีทางเลือกที่ปรับปรุงแลว เมื่อการคำนวณ Risk-Neutral TPM ตามวิธีทางเลือกทำโดยการปรับปรุงวิธีทางเลือกให Risk-Neutral TPM ที่ไดเปน ผลลัพธมีลักษณะสอดคลองเต็มที่กับทฤษฎี และในขณะเดียวกันตองทำใหผลรวมของคาความคลาดเคลื่อนยกกำลังสองมีระดับที่ต่ำ ที่สุด ดังนั้น การเลือกวิธีทางเลือกที่มีความสามารถเหนือกวาจึงสามารถทำไดอยางตรงไปตรงมา โดยผูเขียนจะเลือกวิธีที่ใหผลรวม ของคาความคลาดเคลื่อนยกกำลังสองที่มีระดับที่ต่ำที่สุด ผลการศึกษาเชิงประจักษ ตารางที่ 6 รายงานผลรวมของคาความคลาดเคลื่อนยกกำลังสองจากการกำหนด Risk-Neutral TPM โดยใชวิธีทางเลือก ที่ปรับแลว จากตาราง ผูเขียนพบวา วิธีของ Kijima and Komoribayashi (1998) ที่ปรับแลว ใหผลรวมของความคลาดเคลื่อนที่มี ระดับที่ต่ำที่สุดสำหรับตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือทุกระยะที่พิจารณา นอกจากนั้น วิธีของ Kijima and Komoribayashi ยังใหคา ความคลาดเคลื่อนสำหรับตราสารหนี้แตละอันดับทุกอันดับและแตละอายุคงเหลือทุกชวงในระดับที่ต่ำกวาหรือไมสูงกวาคา ความคลาดเคลื่อนจากวิธีอื่น ทั้งนี้ หากระดับความนาจะเปนที่จะบิดพลิ้วในโลกที่ผูลงทุนทุกคนเปนกลางตอความเสี่ยงตามที่ คำนวณไดจากขอมูลดังที่ปรากฏในตารางที่ 5 มีระดับที่สูงกวาระดับที่อานไดจาก Real-World TPM และไมสูงกวา 100% แลว คาความคลาดเคลื่อนจากวิธีของ Kijima and Komoribayashi จะมีคาเปนศูนยในทุกกรณี เมื่อผลการศึกษาเชิงประจักษเปนเชนนี้ ผูเขียนจึงสรุปวา วิธีของ Kijima and Komoribayashi (1998) ที่ปรับแลว เปนวิธีที่เหนือกวาสำหรับกำหนด Risk-Neutral TPM ใหตลาดตราสารหนี้ไทย ตารางที่ 6: ความคลาดเคลื่อนของราคาที่กำหนดโดยวิธีทางเลือก* *JLT หมายถึงวิธีของ Jarrow et al. (1997) KK หมายถึงวิธีของ Kijima and Komoribayashi (1998) และ L หมายถึงวิธีของ Lando (2000) ผลรวมของคาความคลาดเคลื่อนยกกำลังสองแสดงในแถวนอนสุดทาย สวนผลลัพธตามอันดับเครดิตเปนคา ความคลาดเคลื่อนของราคาตามทฤษฎี หนวยเปนรอยละของราคาที่ตรา คาบวกหมายถึงราคาตามทฤษฎีสูงกวาราคาตลาด (Overpricing) และคาลบหมายถึงราคาตามทฤษฎีต่ำกวาราคาตลาด (Underpricing) คณะพาณิชยศาสตรและการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร 23 การกำหนดเมทริกซความนาจะเปนในโลกซึ่งผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง ของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของตราสารหนี้ไทย !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( ผูเขียนใชวิธีที่ระบุไดนี้คำนวณ Risk-Neutral TPM สำหรับตราสารหนี้ในตลาดตราสารหนี้ไทยที่มีอายุ 1 2 3 5 7 และ 10 ป ผลลัพธไดรายงานไวในตารางที่ 7 ซึ่งผูลงทุน ผูคาตราสารหนี้ และผูสนใจกลุมอื่นสามารถนำ Risk-Neutral TPM เหลานี้ไป ประยุกตใชงานไดตามความเหมาะสม ผูเขียนเตือนวา การประยุกตใชตองทำดวยความระมัดระวัง รอบคอบ เพราะ แม RiskNeutral TPM ที่รายงานจะเปน TPM ที่ใหคาความคลาดเคลื่อนระดับที่ต่ำที่สุด แตการกำหนดราคาตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิต บางอันดับและที่มีอายุคงเหลือบางชวงยังมีความคลาดเคลื่อนอยูบาง ซึ่งระดับความนาจะเปนที่อานจาก Risk-Neutral TPM ที่ให ราคาตามทฤษฎีที่คลาดเคลื่อนไดรายงานในตารางที่ 7 ดวยพื้นที่แรเงาดวยสีเทาเขมและดวยตัวเลขสีขาว ตารางที่ 7: Risk-Neutral TPM ตามวิธีของ Kijima and Komoribayashi (1998) แตกำหนดอยางมีเงื่อนไข สวนที่ 7.1 กระแสเงินอายุ 1 ป สวนที่ 7.2 กระแสเงินอายุ 2 ป สวนที่ 7.3 กระแสเงินอายุ 3 ป 24 วารสารบริหารธุรกิจ ปที่ 35 ฉบับที่ 135 กรกฎาคม-กันยายน 2555 !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( สวนที่ 7.4 กระแสเงินอายุ 5 ป สวนที่ 7.5 กระแสเงินอายุ 7 ป สวนที่ 7.6 กระแสเงินอายุ 10 ป คณะพาณิชยศาสตรและการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร 25 การกำหนดเมทริกซความนาจะเปนในโลกซึ่งผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง ของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของตราสารหนี้ไทย !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( สรุป เมื่อประเทศไทยมี Real-World TPM สำหรับใชงานแลว ในหลักการ การนำ Real-World TPM ไปขยายผลเพื่อกำหนด Risk-Neutral TPM สมควรทำไดอยางตรงไปตรงมา อยางไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ การกำหนด Risk-Neutral TPM สำหรับ ประเทศไทยทำไดจริงยากมากจนถึงไมสามารถทำไดจริง ดังนั้น ผูเขียนจึงเสนอการกำหนด Risk-Neutral TPM สำหรับตลาด ตราสารหนี้ ไ ทย โดยใช วิ ธี ท างเลื อ กกลุ ม หนึ่ ง ที่ ไ ด คั ด เลื อ กจากการวิ เ คราะห ถึ ง ความเหมาะสม ความเป น ไปได ใ นทางทฤษฎี และความพรอมของผูปฏิบัติในการนำวิธีที่เลือกเหลานั้นไปประยุกตใชงานจริงในตลาดการเงินไทย จากนั้นจึงเปรียบเทียบความ สำเร็จในการกำหนดราคาตราสารหนี้โดย Risk-Neutral TPM ที่เปนผลลัพธของวิธีเหลานั้น แลวใชวิธีที่พบวามีความสามารถ สูงที่สุดไปกำหนด Risk-Neutral TPM สำหรับประเทศไทย ในการศึกษา ผูเขียนใชขอมูลอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิต AAA ถึง BBB ที่ ThaiBMA รายงาน ใชขอมูลอัตรา Credit Spreads สำหรับอันดับเครดิต BB ถึง CCC/C รวมถึงขอมูลอัตรา Recovery Rate จากการทำ Dealer Poll ในหมูผูคาตราสารหนี้ที่มีมูลคาการซื้อขายสูงสุดในตลาด และใชขอมูล Real-World TPM ที่ปรับแลวของอัญญา ขันธวิทย (2554) วิธีทางเลือกที่นำมาเปรียบเทียบประกอบดวยวิธีของ Jarrow et al. (1997) วิธีของ Kijima and Komoribayashi (1998) และวิธีของ Lando (2000) ซึ่งผูเขียนพบวาระดับความนาจะเปนในโลกที่ผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยงที่เปนสมาชิกของ RiskNeutral TPM ของวิธที ง้ั สามมีลกั ษณะหลายประการทีข่ ดั กับทฤษฎี จึงจำเปนตองปรับวิธที ง้ั สามเพือ่ ให Risk-Neutral TPM ทีเ่ กิดขึน้ มีลักษณะสอดคลองเต็มที่กับทฤษฎี เมื่อปรับแลว ผูเขียนพบวาวิธีของ Kijima and Komoribayashi (1998) ให Risk-Neutral TPM ที่สามารถกำหนดราคาตราสารหนี้ไดถูกตองแมนยำที่สุด เมื่อผลการศึกษาเปนเชนนี้ ผูเขียนจึงใชวิธีของ Kijima and Komoribayashi ที่ปรับแลวทำการกำหนดและรายงาน Risk-Neutral TPM สำหรับตลาดตราสารหนี้ไทยสำหรับตราสารหนี้ ที่มีอายุ 1 2 3 5 7 และ 10 ป ใหผูลงทุน ผูคาตราสารหนี้และผูสนใจกลุมอื่นไดนำไปประยุกตใชงาน 26 วารสารบริหารธุรกิจ ปที่ 35 ฉบับที่ 135 กรกฎาคม-กันยายน 2555 !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( เอกสารอางอิง อัญญา ขันธวิทย. 2554. การกำหนดเมทริกซความนาจะเปนของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของตราสารหนี้ไทยโดยวิธีของ Bayes. วารสารบริหารธุรกิจ, 34. 16-33. Albanese, C., and O. Chen, 2006, Implied migration rates from credit barrier models, Journal of Banking and Finance, 30, 607-626. Chan, K., G. Karolyi, F. Longstaff, and A. Sanders, 1992, An empirical comparison of alternative models of the short-term interest rate, Journal of Finance, 47, 1209-1227. de Jong, F., and J. Driessen, 2006, Liquidity risk premia in corporate bond markets, Working Paper, University of Amsterdam, The Netherlands. Jarrow, R., D. Lando, and S. Turnbull, 1997, A Markov model for the term structure of credit risk spreads, Review of Financial Studies, 10, 481-523. J.P. Morgan, 1999, The J.P. Morgan Guide to Credit Derivatives, Risk Publication, London. Kahneman, D., 2011, Thinking, Fast and Slow, Penguin Books, London. Kijima, M., and K. Komoribayashi, 1998, A Markov chain model for valuing credit risk derivatives, Journal of Derivatives, 6, 97-108. Lando, D., 2000, Some Elements of Rating Based Credit Risk Modeling, John Wiley and Sons, New York. Lando, D., and A. Mortensen, 2005, On the pricing of step-up bonds in the European telecom sector, Journal of Credit Risk, 1, 71-111. McNulty, C., and R. Levin, 2000, Modeling credit migration, Risk, 13, 99-103. Moody’s Investors Service, 2009, Default and Recovery Rate of Asia-Pacific corporate bond and loan issuers,excluding Japan, 1990 - H1 2009, Special Comment, www.moodys.com. Moody’s Investors Service, 2011, Corporate default and Recovery Rate, 1920 - 2010, Special Comment,www.moodys.com. Nakonthab, D., K. Kritayakirana, and S. Chantapant, 2007, Are Thai banks vulnerable?: Structural analysis of bank corporate loan portfolio and implications, Proceedings of the BOT Symposium 2007, Bank of Thailand, Bangkok. คณะพาณิชยศาสตรและการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร 27 การกำหนดเมทริกซความนาจะเปนในโลกซึ่งผูลงทุนเปนกลางตอความเสี่ยง ของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของตราสารหนี้ไทย !"# $!% &'( )*+ +,) -.) -/01)23-* 0( Trueck, S., 2008, Forecasting credit migration matrices with business cycle effects – A model comparison, European Journal of Finance, 14, 359-379. Trueck, S., and S. Rachev, 2009, Rating Based Modeling of Credit Risk: Theory and Application of Migration Matrices, Academic Press, Massachusetttes. Wongweerawit, A., 2005, An empirical analysis of structural models of Thai corporate bonds, A Master’s Thesis, Chulalongkorn Business School, Bangkok. 28 วารสารบริหารธุรกิจ
© Copyright 2026 Paperzz